Cottonwool Hair Clinic

หากพูดถึงยาปลูกผมที่เป็นยามาตรฐานซึ่งได้รับการทดสอบประสิทธิภาพโดยงานวิจัยและต้องจ่ายโดยแพทย์ ในปัจจุบันมีเพียงแค่ ยาประเภทรับประทาน 1 ชนิด และยาทา 1 ชนิดเท่านั้น ซึ่งยาเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ยาปลูกผมอื่นที่มีการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นยารับประทานหรือว่าผลิตภัณฑ์สำหรับทาทั่วไปตามท้องตลาด ยังมีประเด็นในเรื่องประสิทธิภาพที่อาจยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจน ส่วนมากจะเป็นการแสดงประสิทธิภาพจากการใช้งานผลิตภัณฑ์มากกว่า เช่น ใช้แล้วผมขึ้นจากภาพถ่ายเปรียบเทียบ หรือในลักษณะบอกต่อกัน

ยาปลูกผมแบบกินและแบบทาที่มีการโฆษณาทั่วไปช่วยได้จริงหรือไม่?
เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลวิจัยที่ชัดเจน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่ายาปลูกผมแบบกินและแบบทาที่มีการโฆษณาทั่วไปช่วยได้จริงหรือไม่

ส่วนยาที่มีงานวิจัยรองรับที่จ่ายโดยแพทย์ในการรักษาโรคผมบางแบบพันธุกรรม ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าได้ผลดีจนเป็นที่น่าพอใจในเพศชายถึง 80% สำหรับคนไข้ที่ได้รับการรักษา ส่วนในเพศหญิงมากกว่า 50% ได้รับผลดีจนเป็นที่น่าพอใจ ฉะนั้น คนไข้จะมีความมั่นใจได้มากกว่าหากใช้ยาที่จ่ายโดยแพทย์ซึ่งมีงานวิจัยรองรับ ซึ่งจะได้ผลแน่นอนในการช่วยเสริมหรือว่าปลูกผม

รักษาอย่างไรในทางการแพทย์
ในเพศชายมียารักษาผมร่วงแบบพันธุกรรม อยู่ 2 ชนิด คือ ยารับประทานที่ชื่อว่า ฟีแนสเตอร์ไรด์ (Finasteride) ส่วนยาทาจะมีชื่อว่า ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ส่วนในเพศหญิงจะมีรักษาเพียงชนิดเดียวเท่านั้น คือยาชนิดทาที่ชื่อว่า ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ซึ่งการใช้ยาทั้งสองชนิดนี้จำเป็นต้องใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปีขึ้นไป จึงจะเห็นผลดีขึ้นเปลี่ยนแปลงชัดเจน เพราะฉะนั้นคนที่จะใช้ยาต้องใช้ยาให้สม่ำเสมอและอดทนรอผลการรักษา ส่วนโรคผมร่วงเป็นหย่อม โรคนี้จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการที่มีภูมิคุ้มกันมาทำร้ายรากผม ทำให้ผมบริเวณนั้นหลุดร่วงออกไป แพทย์จำเป็นจะต้องจ่ายยาที่มีการกดการอักเสบ เช่น สเตียรอยด์ ซึ่งการใช้ยากลุ่มนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์