ร้อยไหมจมูก

ร้อยไหมจมูก คือ การเสริมจมูกโดยการร้อยไหมเข้าไปเพื่อให้จมูกโด่งขึ้น เป็นหนึ่งในหัตถการปรับรูปหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด หลังทำเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น การร้อยไหมจมูกให้ผลลัพธ์คล้ายกับการเสริมซิลิโคน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้สันจมูกมีเนื้อเพิ่มขึ้นมาได้ครับ การร้อยไหมจมูก ไม่อันตราย ถ้าร้อยไหมกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง หลังร้อยไหมมีการทำความสะอาดและปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งรอยเข็มที่เกิดจากการร้อยไหมจะหายเร็วกว่าการผ่าตัดมาก ไม่ต้องพักฟื้น การร้อยไหมจมูก ไม่ควรทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหมอกระเป๋า ทั้งในเรื่องเทคนิคร้อยไหมจมูก ประสบการณ์ ความสะอาด หากไม่พิถีพิถันในการเลือกคลินิกที่ปลอดภัย อาจเกิดปัญหา เช่น ช้ำหรือบวมมาก ติดเชื้อ ผิวบริเวณที่ร้อยไหมเป็นรอย ไม่เรียบเสมอกันได้ครับ ร้อยไหมจมูก ข้อดีไม่ต้องพักฟื้น ไม่บวม ไม่ช้ำ เหมาะกับคนที่ ไม่มีเวลาพักฟื้น หรือคนที่กลัวการผ่าตัด การร้อยไหมจมูกจะขึ้นเป็นสันได้คมกว่าฟิลเลอร์ เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วแค่ต้องการความคม หรือในคนที่สันจมูกสวยอยู่แล้วแต่ต้องการยกแค่ปลายจมูกขึ้น (ใช้เทคนิควิธีร้อยไหมจมูกแบบพิเศษ)การร้อยไหมจมูกมีความปลอดภัยมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูก เนื่องจากไม่เสี่ยงต่อการเข้าเส้นเลือด และไหมละลาย pcl+plla สำหรับร้อยจมูกรุ่นล่าสุดก็อยู่ได้นาน 18 เดือน – 2 ปี และสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเราสร้างเนื้อเยื่อจมูกของเราเองขึ้นมาได้ จึงเหมาะกับคนที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วแต่ไม่อยากผ่าตัดเสริมจมูก เพราะในกรณีที่มีฐานอยู่แล้ว ถ้าผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน จะทำให้จมูกโด่งเกินไปดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ ร้อยไหมจมูก ข้อเสียในคนที่ไม่มีฐานจมูกเส้นไหมไม่สามารถร้อยจมูกในปริมาณเยอะ […]

ไฟเบอร์ทาปิดผมบาง เสี่ยงทำร้ายรากผม

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง มองเห็นหนังศีรษะ ทำให้รู้สึกเสียบุคลิกและขาดความมั่นใจ แน่นอนว่าย่อมสรรหาสารพัดวิธีเพื่อที่จะปกปิดหรือทำให้เส้นผมนั้นกลับมาดูดกดำสวยงาม ซึ่งหนึ่งในวิธีที่หลาย ๆ คนนิยมใช้ก็คือ “ไฟเบอร์ทาปิดผมบาง” นั่นเอง แต่ทราบไหมว่าการใช้ไฟเบอร์ทาปิดผมบางนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะเป็นเพียงแค่การอำพรางสายตาภายนอก แถมยังเสี่ยงทำร้ายรากผมจนอาจทำให้เกิดปัญหาผมร่วงผมบางได้มากขึ้นอีกด้วย ไฟเบอร์ทาปิดผมบางคืออะไร? ไฟเบอร์ทาปิดผมบางหรือที่เรียกว่าผงไฟเบอร์ (Hair Fiber) เป็นผงขนาดเล็กสำหรับโรยบนเส้นผม ผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้มีไฟฟ้าสถิตอยู่ในตัว เมื่อโรยผงไฟเบอร์ลงไปบนเส้นผม สามารถช่วยเพิ่มความหนาและทำให้เส้นผมดกดำมากยิ่งขึ้น จะหลุดออกมาเมื่อสระผมตามปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผงไฟเบอร์ปิดผมบางที่ได้รับความนิยมและค่อนข้างมีความปลอดภัย ก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผงไฟเบอร์ที่ผลิตจากโปรตีนหรือเคราตินซึ่งอยู่ในเส้นผมของมนุษย์ นำไปอัดไฟฟ้าสถิตเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการยึดติดกับเส้นผม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่วนอีกแบบหนึ่งก็คือผงไฟเบอร์ที่ผลิตจากใยฝ้ายสายพันธุ์โมร็อคโค ซึ่งทางแบรนด์ผู้ผลิตก็จะมีการระบุเอาไว้ว่าสามารถยึดเกาะกับเส้นผมได้ดีกว่าเนื่องจากมีไฟฟ้าสถิตมากกว่า และเมื่อใช้แล้วมีความกลมกลืนเป็นธรรมชาติมากที่สุดอีกด้วย การใช้ไฟเบอร์ทาปิดผมบางนั้นเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาผมบางที่ปลายเหตุ เพียงแค่ใช้หลอกตาให้ดูมีผมดกหนาเท่านั้น เมื่อสระผมเอาผงไฟเบอร์ออกหมดก็กลับมาดูผมบางตามเดิม ดังนั้นถ้าอยากแก้ปัญหาผมล้านหรือผมบางแบบถาวรที่ต้นเหตุ ก็แนะนำให้เลือกเป็นการปลูกผมถาวรหรืออาจจะใช้วิธีฟื้นฟูรากผมด้วยเทคนิค DHI FUE ก็สามารถตอบโจทย์และเห็นผลได้มากกว่าค่ะ

มาเด้คอลลาเจน คืออะไร ?

มาเด้ คอลลาเจน (made collagen) คือ ชื่อยี่ห้อยาฉีดของประเทศอิตาลีที่ใช้ในการทำเมโสหน้าใส โดยจะฉีดด้วยเทคนิคพิเศษ มาเด้ 16 จุดทั่วใบหน้า จุดเด่นคือช่วยขับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในผิว ลดผิวอักเสบ ลดผื่นแพ้ ลดสิว และช่วยให้หน้าขาวใสขึ้นบางส่วน การแพทย์แบบแบบโฮมีโอพาธีย์ มีต้นกำเนิดจากเยอรมัน ค้นพบโดยนายแพทย์ซามูเอล ฮาเนมันน์ (Dr.Samuel Hahnemann) มีกลไกการทำงานดังนี้ ดังนั้น มาเด้คอลลาเจน (made collagen) จึงถูกออกแบบมาเพื่อการขับล้างสารพิษออกจากผิวโดยเฉพาะ โดยอาศัยกลไก Homeopathy enzyme ร่วมกับ Lymphatic drainage system เป็นการกระตุ้นให้เซลล์ผิวขับล้างสารพิษออกทางระบบน้ำเหลืองและเป็นการกระจายสารอาหารไปในตัว และ ในส่วนผสมของ มาเด้คอลลาเจน (made collagen) มีอาหารผิวต่าง ๆ อีกหลายชนิดเพื่อให้เซลล์ผิวฟื้นฟูจากสารพิษได้ไวที่สุด และช่วยชะลอการเสื่อมของคอลลาเจน ไฮยาลูโรนิคแอซิด และ fibroblast ในชั้นผิว

วิธีการดูแลหลังร้อยไหม

สำหรับการดูแลตัวเอง หลังร้อยไหมควรทําอย่างไร? เพื่อให้ไม่เกิดผลข้างเคียง ลดอาการบวมช้ำให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หมอมีแนวทางปฏิบัติ ตั้งแต่หลังทำทันที ไปจนถึง 1 เดือนหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ดังนี้

หลังทำคีโมหรือเคมีบำบัดสามารถปลูกผมถาวรได้หรือไม่

ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ อาจฟังดูเล็กน้อยไปเลย เมื่อต้องเทียบกับภาวะผมร่วง ที่เกิดจากการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการทำเคมีบำบัด หรือ “คีโม (Chemotherapy)” และด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้มีคนไข้หลายคน ที่กังวลใจจากการรักษาโรคร้ายนี้มาปรึกษาหมอกันพอสมควร วันนี้หมอพกคำตอบมาฝากค่ะ คำตอบคือ สามารถทำได้ค่ะ แต่ในที่นี้ ต้องทำการรักษาให้เสร็จสิ้นเสียก่อน อย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อให้ร่างกาย ได้ทำการซ่อมแซมตัวเองในเบื้องต้น เพราะ ว่าผลกระทบจากการทำคีโมนั้น เป็นอาการชั่วคราว เราจึงควรเว้นระยะ เพื่อรอดูผลลัพธ์หลังการรักษาก่อนนั่นเอง แต่ถ้าหลักการรักษา เส้นผมไม่กลับมาขึ้นเหมือนเดิม หรืออาจมีอาการผมล้านเป็นหย่อมๆ ก็สามารถเข้าพบแพทย์ที่รักษามะเร็ง เพื่อรับคำวินิจฉัยว่า สามารถทำการปลูกผมถาวรได้มั้ย ซึ่งถ้าทำได้ ก็สามารถปลูกผมถาวร เพื่อแก้ปัญหาผมได้เลยค่ะ นอกจากนี้แล้ว กำลังใจที่ดีก็ถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาโรคภัยต่างๆ หากคนใกล้ตัวของเรากำลังต่อสู้กับโรคร้าย ขอให้จับมือเขาให้แน่นๆ และสู้ไปพร้อมกันนะคะ

ร้อยไหมเจ็บไหม?

ร้อยไหมเจ็บไหม? ในขั้นตอนการร้อยไหม หมอจะมีการฉีดยาชาให้ครับ ดังนั้นในระหว่างการร้อยไหมคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่จะเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนฉีดยาชา การร้อยไหม คือ วิธียกกระชับผิวหน้าวิธีหนึ่งครับ โดยใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยง (ไหมก้างปลา)สอดลงในชั้นผิวหนัง สามารถยกกระชับผิวได้ทันที และเมื่อเวลาผ่านไปเส้นไหมจะละลายโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เกิดเป็นเส้นใยอีลาสติน (Elastin) ช่วยประคองผิว และยังสามารถช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ด้วย ส่วนใหญ่คนไข้ที่เข้ามาปรึกษาและต้องการจะร้อยไหม เพราะต้องการให้หน้าเรียวขึ้น ปรับรูปหน้าให้เป็นวีเชฟ (V-Shape) ดูมีมิติมากขึ้น โดยการร้อยไหมจะเหมาะกับคนไข้เคสที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อยมาก เพราะสามารถช่วยยกกรอบหน้าได้เป็นอย่างดี เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าปัญหาของคนไข้ การร้อยไหมสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ขั้นตอนต่อไปจะเป็นขั้นตอนการเตรียมตัว เตรียมร่างกายให้พร้อม โดยควรปฎิบัติดังนี้ งดยา อาหารเสริมบางชนิด เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการร้อยไหม เช่น ยาแอสไพริน, NSAIDs วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E แต่ถ้าเป็นยาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ คนไข้ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาก่อนหยุดยาตัวนั้นครับ24 ชม.ก่อนทำ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 […]

ย้อมผมแล้วผมร่วงจริงไหม

คำถามที่หลายคนสงสัย ย้อมผมแล้วผมร่วงจริงไหม? คำตอบคือ จริง แล้วทำไมทำสีผมแล้วผมร่วงได้ล่ะ? แน่นอนว่าปกติหากเราเอาสีมาป้ายที่ผมก็คงจะไม่ติดแน่นอน ดังนั้นในน้ำยาย้อมผมนอกจากเม็ดสีแล้วยังมีสารเคมีต่าง ๆ ที่ช่วยให้เม็ดสีสามารถติดที่เส้นผมและอยู่ได้นาน เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) มีคุณสมบัติช่วยลดเม็ดสีผมเดิมตามธรรมชาติให้มีสีที่อ่อนลง โดยสารเคมีเหล่านี้มีผลข้างเคียงอันตรายตั้งแต่ก่ออาการระคายเคืองแก่หนังศีรษะ หนังศีรษะลอก ผมแห้งเสีย ผมร่วง รากผมอ่อนแอ จนไปถึงอาการแพ้อย่างอาการบวม คัน แดง และสามารถจะสมในร่างกายและก่อมะเร็งได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการพัฒนายาย้อมสีผมที่มีคุณภาพและปลอดภัยแก่ผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น การลดหรือการงดใช้สารพาราฟีนิลีนไดอะมีนและพาราโทลูอีนไดอะมีน ที่ก่ออาการแพ้ ก่อให้เกิดการอักเสบ แต่ก็ยังมีสารอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ผมร่วง ผมเสียได้อีกอยู่ดี

ฉีดเมโสฝ้า ช่วยรักษาฝ้า กระได้จริงหรือ ?

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ฝ้า กระ มีสาเหตุมาจากอะไร เช่น จากแสงแดด อายุที่เพิ่มขึ้น สภาพอากาศ สารเคมีจากเครื่องสำอาง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ฝ้า กระ มักจะมาจากสาเหตุที่ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไปจนทำให้หน้าดูหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ คือ แสงแดดที่อาจเลี่ยงได้ยาก ส่วนคำถามที่ว่าฉีดเมโสฝ้า ช่วยรักษาฝ้า กระได้จริงหรือ? คำตอบคือได้ครับ แต่ไม่ได้เป็นการฉีดสลายฝ้า กระได้ถาวร เป็นเพียงการควบคุมให้เซลล์สีหรือเม็ดสีทำงานลดลงเพื่อชะลอการกระจายของฝ้าเท่านั้น การฉีดเมโสฝ้าจะเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวโดยตรง ตัวยาจะซึมเข้าสู่ผิวได้ทันที จึงเป็นการช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำให้จางลงได้ 20-50% ในบางเคส ที่สำคัญคือให้ผลไวกว่าทาครีมมากครับ ข้อดีของการฉีดเมโสฝ้าคือหลังฉีดจะเห็นผลไวกว่าการทาครีมครับ ฝ้า กระจะค่อยๆ จางลง เพราะตัวยาจะเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้หน้าได้เลย อีกทั้งการฉีดเมโสฝ้ายังช่วยระบบหมุนเวียนเลือดให้ทำงานดีขึ้น ปรับสมดุลฮอร์โมน ช่วยลดปัญหาผิวหน้าได้

ยาปลูกผมตามท้องตลาดใช้ได้ผลจริงไหม?

เคยสงสัยไหมว่า ในท้องตลาดปัจจุบันมียาปลูกผมอยู่หลากหลายแบบ แต่ทำไมยาปลูกผมที่วางขายถึงไม่เคยให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเลย หนำซ้ำบางคนเมื่อใช้ไปแล้วกลับไม่เห็นผล ความเป็นจริงแล้วยาปลูกผมตามท้องตลาดไม่สามารถแก้หัวล้านหรือทดแทนการปลูกผมได้จริง ๆ เนื่องจากยาปลูกผมเหล่านี้ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยตรง แต่เป็นเพียงแค่การบำรุงเฉย ๆ ทำให้เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมผลิตภัณฑ์ปลูกผมที่วางขายทั่วไปใช้ไม่ค่อยได้ผลนั่นเอง สำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วงผมบางในระยะเริ่มต้นก็สามารถซื้อยาปลูกผมมาทดลองใช้เองได้ โดยวิธีการเลือกซื้อยาปลูกผมตามท้องตลาดควรดูที่ส่วนผสมมากกว่ายี่ห้อ เนื่องจากปัญหาผมร่วงแต่ละคนก็จะมีสภาพเส้นผมหรือหนังศีรษะที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าหากมีอาการผมร่วงในระยะกลางถึงรุนแรงควรเข้าพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้รากผมฝ่อและต้องรักษาอาการหัวล้านผมบางด้วยวิธีปลูกผม การเลือกซื้อน้ำยาปลูกผมสำหรับใช้ภายนอกในท้องตลาดทั่วไป ถ้ามีตัวยาไมนอกซิดิลผสมอยู่ด้วยประมาณ 2-5% ก็สามารถใช้ได้ เพราะมีโอกาสที่จะเห็นผลกว่ายาปลูกผมชนิดอื่นๆเพียงอย่างเดียว ส่วนสมุนไพรที่ผ่านงานวิจัยรับรองแล้วว่าสามารถช่วยป้องกันและลดอาการผมร่วงผมบางได้ เช่น มะขามป้อม อัญชัน ขิง เป็นต้น

ฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม?

ปัญหาเรื่องฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม? หากฉีดโบท็อกซ์กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ฉีดโบท็อกซ์แท้ รวมถึงคลินิกได้มาตรฐาน ก็จะมีความปลอดภัยสูงมาก แต่ถ้าหากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ หรือใช้โบท็อกซ์ปลอมก็อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ โดยอันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์ มีดังนี้ ภาวะแทรกซ้อนหากฉีดโบท็อกซ์กับหมอกระเป๋า การฉีดโบท็อกซ์กับหมอกระเป๋าเสี่ยงฉีดไม่ถูกตำแหน่ง ประเมินปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้ไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น หนังตาตก ยิ้มไม่สุด มุมปากเบี้ยว หน้าแข็งหรือหน้าตึง เป็นต้น อันตรายจากโบท็อกซ์ปลอม โบท็อกซ์ปลอมสามารถมาได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกซ์ปลอมของแท้ โบท็อกซ์น้ำเกลือ โบท็อกซ์หิ้ว โดยอันตรายจากการใช้โบท็อกซ์ปลอมอาจทำให้เกิดการดื้อยา เสี่ยงต่อการแพ้ และได้ยาเกินขนาด อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์เอง การซื้อโบท็อกซ์มาฉีดเองหรือให้คนอื่นฉีดให้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะโบท็อกซ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงในขั้นตอนการฉีดอาจเกิดความผิดพลาดตามมาได้ เนื่องจากขั้นตอนที่ไม่สะอาด เสี่ยงติดเชื้อและเกิดการอักเสบได้ ฉีดโบท็อกซ์กับคลินิกไม่ได้มาตรฐาน คลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะไม่มีการฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ที่ใช้ไม่สะอาดมากพอ ไม่มีระบบการดูแลความสะอาดปลอดเชื้อ หากคนไข้เลือกฉีดโบท็อกซ์กับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน และมีวิธีการเก็บยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ยามีการปนเปื้อน เสื่อมคุณภาพ เมื่อนำมาฉีดสามารถเกิดการอักเสบติดเชื้อหลังฉีดได้