
ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่นเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ล้วนส่งผลต่อความมั่นใจในภาพลักษณ์และบุคลิกภาพโดยตรง หลายคนจึงหันมาสนใจ “การปลูกผมถาวร” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ที่เริ่มศึกษาข้อมูลคือ “ควรเลือกปลูกผม FUE กับ DHI แบบไหนดี ?” เพราะทั้งสองเทคนิคต่างได้รับความนิยมสูง และต่างก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ความต้องการแตกต่างกันไป
บทความนี้จะช่วยสรุปให้คุณเห็นภาพชัดเจนระหว่าง เทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI ตั้งแต่ขั้นตอน วิธีการ ข้อดี ข้อจำกัด ไปจนถึงปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพเส้นผมและงบประมาณของตัวเอง
การปลูกผมถาวรในปัจจุบันถือเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านอย่างถาวร ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาไปมาก ทำให้การปลูกผมมีความปลอดภัย เจ็บน้อย แผลเล็ก และให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าในอดีต โดยเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในคลินิกปลูกผมหลาย ๆ แห่ง คือ การปลูกผม FUE กับ DHI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปลูกผมไร้แผลเย็บ (Minimally Invasive Hair Transplant) ที่เน้นความละเอียดและการฟื้นตัวรวดเร็ว
FUE (Follicular Unit Extraction) คือเทคนิคการปลูกผมที่แพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กเจาะเอารากผม (กราฟต์) ออกจากบริเวณผู้บริจาคผม (Donor Area) ทีละหน่วย จากนั้นนำกราฟต์เหล่านี้ไปฝังในบริเวณที่ต้องการปลูก โดยการเจาะรูเล็ก ๆ บนหนังศีรษะก่อนวางรากผมลงไป
วิธีปลูกผม FUE
DHI (Direct Hair Implantation) คือเทคนิคการปลูกผมที่พัฒนาต่อยอดจาก FUE โดยใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า Implanter Pen ซึ่งสามารถ “เจาะและฝังรากผมได้ในขั้นตอนเดียว” ทำให้รากผมสัมผัสอากาศน้อย ลดความเสียหาย และช่วยให้เส้นผมที่ปลูกใหม่มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น
ซึ่งเทคนิคนี้ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และแพทย์สามารถควบคุมทิศทาง มุมเอียง และความลึกของการปลูกผมได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ได้แนวผมที่เป็นธรรมชาติและสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูดีและรวดเร็วในระยะเวลาสั้น รวมถึงผู้สูงอายุปลูกผมที่ต้องการฟื้นฟูแนวผมให้ดูหนาขึ้นและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
ขั้นตอนการปลูกผม DHI
เทคนิคการปลูกผม FUE กับ DHI ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
แม้ว่าเทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI จะมีพื้นฐานมาจากแนวคิดเดียวกัน คือการเก็บรากผมทีละกราฟต์โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือเย็บแผล แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ทั้งสองเทคนิคมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งขั้นตอน เครื่องมือ ระยะเวลา และผลลัพธ์หลังทำ การเข้าใจจุดต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพผมและความต้องการของตนเองได้ง่ายขึ้น
การปลูกผม FUE กับ DHI ใช้วิธีเก็บรากผมจากบริเวณที่แข็งแรงที่สุดของศีรษะ เช่น ด้านหลังหรือด้านข้าง (Donor Area) โดยใช้เครื่องมือเจาะขนาดเล็กที่เรียกว่า Punch ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.6–1.0 มิลลิเมตร
จุดแตกต่างสำคัญของเทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI อีกประการคือ “วิธีการฝังกราฟต์ผม”
ซึ่งข้อดีของ Implanter Pen คือ ช่วยลดเวลาที่รากผมสัมผัสอากาศ เพิ่มอัตราการรอดของรากผมสูงกว่า 90% แผลเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น และช่วยควบคุมทิศทางเส้นผมได้แม่นยำ โดยเฉพาะบริเวณแนวหน้า ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและฟื้นตัวเร็ว จึงถูกนำมาใช้ร่วมกับเทคนิคการ ปลูกผม FUE กับ DHI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่นสวยและคงอยู่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
การปลูกผมแบบ FUE ใช้เวลาทำประมาณ 6–8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ที่ต้องปลูก ส่วนเทคนิค DHI จะใช้เวลานานกว่าเล็กน้อยประมาณ 8–10 ชั่วโมง เนื่องจากต้องใช้ความละเอียดสูงในการฝังแต่ละกราฟต์ให้ได้มุมและทิศทางที่เป็นธรรมชาติ
โดยทั่วไปการ ปลูกผม FUE กับ DHI ต่างก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล สำหรับระยะเวลาการพักฟื้น เทคนิค FUE มักใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 5–7 วัน ก่อนที่หนังศีรษะจะเริ่มกลับสู่สภาพปกติ ขณะที่ DHI ฟื้นตัวไวกว่าเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 3–5 วัน โดยมีแผลขนาดเล็กและอาการบวมช้ำน้อยกว่า
แม้ว่าเทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI จะเป็นนวัตกรรมปลูกผมไร้แผลเย็บที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าการปลูกผมแบบเก่า (FUT) แต่ทั้งสองเทคนิคก็ยังมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นผม พื้นที่ศีรษะที่ต้องการปลูก รวมถึงความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา
การปลูกผมถาวรในปัจจุบันถือว่าเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับอดีต ทั้งด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นและราคาที่มีความหลากหลายตามงบประมาณของแต่ละคน โดยเทคนิคยอดนิยมอย่างปลูกผม FUE กับ DHI ต่างก็มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้
เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น ซึ่งมีคลินิกปลูกผมมาตรฐานให้เลือกจำนวนมาก
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของการปลูกผม FUE
เทคนิค DHI (Direct Hair Implantation) มีราคาสูงกว่า FUE เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือเฉพาะอย่าง Implanter Pen และใช้เวลาทำต่อกราฟต์นานกว่า อีกทั้งยังต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางในการควบคุมมุมและทิศทางของเส้นผมให้เป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้การปลูกผม FUE กับ DHI มีช่วงราคาที่แตกต่างกันตามเทคนิค อุปกรณ์ที่ใช้ และประสบการณ์ของทีมแพทย์ ซึ่งทั้งสองเทคนิคให้ผลลัพธ์ที่ดีแต่ตอบโจทย์ต่างกันตามความต้องการและงบประมาณของผู้เข้ารับการรักษา
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของ DHI
ราคาปลูกผม FUE กับ DHI ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม ได้แก่
หากพิจารณาในแง่ของงบประมาณและพื้นที่ที่ต้องการปลูกผมกว้าง การปลูกผม FUE กับ DHI ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดยเทคนิค FUE ถือว่าคุ้มค่ากว่าสำหรับคนไทย เพราะราคาต่อกราฟต์ต่ำกว่าและสามารถปลูกได้จำนวนมากในครั้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีศีรษะล้านระดับกลางถึงมากและต้องการผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั่วบริเวณ ทั้งยังสามารถเสริมประสิทธิภาพได้ด้วย การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เพื่อกระตุ้นการงอกและเพิ่มความแข็งแรงของรากผมหลังปลูก
หากมองในแง่ของความเป็นธรรมชาติ ความละเอียด และการฟื้นตัวที่รวดเร็ว เทคนิค DHI จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องการปลูกแนวหน้า หรือต้องการความประณีตของทิศทางเส้นผม ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณยืดหยุ่นและต้องการกลับไปใช้ชีวิตได้ไวหลังทำ ซึ่งเมื่อทำร่วมกับ การปลูกผม FUE กับ DHI ควบคู่การฉีด PRP ก็จะช่วยให้รากผมฟื้นตัวเร็วและเส้นผมใหม่งอกแข็งแรงยิ่งขึ้น
แม้เทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI จะให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันในแง่ของความถาวรและความปลอดภัย แต่ลักษณะเส้นผม พื้นที่ศีรษะล้าน รวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ล้วนมีผลต่อการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้การตัดสินใจคุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจมากขึ้น
การปลูกผมแบบ FUE เหมาะกับผู้ที่มีศีรษะล้านระดับกลางถึงมาก เช่น Norwood Scale ระดับ 4–6 และต้องการปลูกผมจำนวนมากในครั้งเดียว โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะหรือด้านหลัง รวมถึงผู้ที่มีเส้นผมบริจาค (Donor Area) ที่หนาแน่นพอสมควร และต้องการผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในงบประมาณจำกัด
ส่วนการปลูกผมแบบ DHI เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางบริเวณเล็ก ๆ เช่น แนวผมด้านหน้าหรือขมับ รวมถึงผู้ที่ต้องการความละเอียดสูง ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและฟื้นตัวไว ต้องการควบคุมความหนาแน่นของแนวผมให้ดูแน่นชิด และมีศีรษะล้านระดับต้นถึงปานกลาง (Norwood 2–4)
ผู้ชายมักมีลักษณะศีรษะล้านตามกรรมพันธุ์ (Male Pattern Baldness) และมักต้องการปลูกผมในพื้นที่กว้าง เช่น กลางศีรษะหรือแนวหน้า หากให้เลือกเทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI นั้น เทคนิค FUE เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะสามารถปลูกผมได้จำนวนมากและให้ความคุ้มค่าในเรื่องราคา
ส่วนผู้หญิงมักมีผมบางกระจายทั่วศีรษะมากกว่าการล้านเป็นหย่อม และต้องการปลูกเฉพาะจุดเพื่อเพิ่มความหนาแน่นโดยไม่ต้องโกนผมทั้งหมด ดังนั้นเทคนิค DHI จึงเหมาะสมกว่า เพราะสามารถปลูกผมโดยไม่ต้องโกนศีรษะทั้งส่วน และให้ผลลัพธ์ที่ดูแน่นและเป็นธรรมชาติ
เทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI มีความเหมาะสมแตกต่างกัน โดยเทคนิค FUE เหมาะกับผู้ที่มีเวลาพักฟื้นได้ประมาณ 5–7 วัน ไม่รีบกลับไปทำงานหรือออกสื่อทันที และต้องการผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาวโดยไม่กังวลเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในขั้นตอนผ่าตัด ขณะที่เทคนิค DHI เหมาะกับคนทำงานในเมืองที่มีเวลาจำกัด ต้องการฟื้นตัวไว ไม่อยากโกนผมมาก และต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว รวมถึงผู้ที่ใส่ใจภาพลักษณ์ เช่น คนในสายงานบริการ สื่อ หรือธุรกิจที่ต้องพบลูกค้าเป็นประจำ
การดูแลหลังการปลูกผม FUE กับ DHI เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วง 7–14 วันแรกหลังทำคือ “ระยะเวลาทอง” ที่รากผมต้องการการปกป้องและฟื้นตัว เพื่อให้สามารถยึดเกาะหนังศีรษะได้อย่างแข็งแรง การดูแลที่ถูกวิธีจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดของรากผม และทำให้เส้นผมใหม่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว
ประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้นเกือบตลอดปี ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวหลังปลูกผม FUE กับ DHI ได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดโดยตรงอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและรากผมอ่อนแอ ควรเช็ดเหงื่อเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาดหรือทิชชูซับ หลีกเลี่ยงการถูแรง รวมถึงดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสวมหมวกหนาหรือหมวกกันน็อกที่รัดแน่นโดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน เพราะอาจทำให้รากผมอับชื้นและติดเชื้อได้ ทั้งนี้ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหลังปลูกผมตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการระคายเคือง
ไม่ว่าจะเลือกปลูกผม DHI หรือ FUE ทั้งสองวิธีต่างมีจุดเด่นและข้อจำกัดเฉพาะตัว การตัดสินใจเลือกจึงไม่ควรดูแค่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก สภาพเส้นผม พื้นที่ศีรษะที่ต้องการปลูก งบประมาณที่มี และความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา หากมีพื้นที่ศีรษะล้านกว้าง ต้องการปลูกผมจำนวนมากในงบประมาณที่คุ้มค่า เทคนิค FUE อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่หากต้องการความละเอียดสูง แนวผมเป็นธรรมชาติ และฟื้นตัวไว DHI ก็เป็นตัวเลือกที่ให้ผลลัพธ์เหนือกว่าในด้านความสวยงามและความแม่นยำ
สุดท้ายแล้ว การปลูกผมไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคนิค แต่คือการวางแผนอย่างรอบคอบร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง การเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยจะช่วยให้ทราบสภาพเส้นผมจริง ปริมาณกราฟต์ที่เหมาะสม และแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล เมื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะกับตัวเองและได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง คุณก็สามารถกลับมามีเส้นผมที่แข็งแรงและความมั่นใจได้อีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ
ที่ Cottonwool Clinic บริการปลูกผมและเสริมความงามครบวงจร เราเน้นการใช้เทคโนโลยีและเทคนิคทางการแพทย์ทันสมัยที่สุด เพื่อมอบบริการคุณภาพสูงและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้รับบริการ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูเส้นผม การเสริมความงามบนใบหน้า หรือการดูแลสุขภาพผิว ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการและสร้างความมั่นใจในตัวคุณอย่างแท้จริง หากคุณสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามเราได้ทันที เรายินดีให้บริการและพร้อมดูแลคุณอย่างมืออาชีพทุกขั้นตอน
โดยทั่วไปเทคนิค FUE จะมีราคาถูกกว่า เพราะเป็นวิธีที่ใช้เครื่องมือและขั้นตอนทั่วไป ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50,000–120,000 บาท ขึ้นกับจำนวนกราฟต์ผมและคลินิก ส่วนเทคนิค DHI ที่ใช้เครื่องมือ Implanter Pen เฉพาะ มีขั้นตอนซับซ้อนกว่า ราคาจึงสูงกว่าเล็กน้อย โดยจะอยู่ในช่วง 70,000–150,000 บาท ทั้งนี้ราคายังขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์และมาตรฐานของคลินิก
ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คลินิกยังนิยมใช้เทคนิค FUE มากที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ดีในกรณีศีรษะล้านทั่วไป อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนมากในราคาที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีใหม่อย่าง DHI ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และฟื้นตัวเร็ว เหมาะกับคนทำงานในเมืองที่ไม่อยากพักฟื้นนาน
ใช่ครับ เทคนิค DHI มักให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะใช้เครื่องมือ Implanter Pen ฝังกราฟต์ผมทีละเส้น ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและความลึกของเส้นผมได้ละเอียดกว่า ขณะที่ FUE ฝังผมโดยเปิดแผลก่อนแล้วจึงใส่กราฟต์ผม ซึ่งอาจทำให้การจัดวางแนวผมไม่ละเอียดเท่า DHI แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำด้วย
แม้ว่าเทคนิคการปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) และ DHI (Direct Hair Implantation) จะต่างกันในขั้นตอนการฝังรากผม แต่ระยะเวลาการพักฟื้นและการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของทั้งสองเทคนิก แทบไม่ต่างกันมากนัก
สิ่งสำคัญคือ การดูแลหลังปลูกอย่างถูกวิธี ซึ่งมีผลต่อการฟื้นตัวและอัตราการอยู่รอดของรากผมโดยตรง
โดยทั่วไปการปลูกผมทั้งแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) และ DHI (Direct Hair Implantation) เจ็บน้อยมาก เพราะใช้ ยาชาเฉพาะที่ ก่อนทำให้ผู้เข้ารับบริการแทบไม่รู้สึกเจ็บระหว่างขั้นตอน ส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงตอนฉีดยาชาเล็กน้อยเท่านั้น หลังทำอาจมีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อยบริเวณที่เจาะรากผมหรือปลูกผม ซึ่งมักหายภายใน 3–7 วัน ความแตกต่างคือเทคนิค DHI มักเจ็บน้อยกว่า FUE เล็กน้อย เนื่องจากไม่ต้องเปิดช่องก่อนฝังรากผม ทำให้เกิดบาดแผลเล็กกว่า หนังศีรษะระคายน้อยกว่า และฟื้นตัวเร็วกว่านิดหน่อย
การเลือกว่าจะปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) หรือ DHI (Direct Hair Implantation) ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ลักษณะของผมที่ต้องปลูก และความคาดหวังของผลลัพธ์ หากต้องการเทคนิคมาตรฐาน ราคากลาง ๆ ผลลัพธ์ดูดีและครอบคลุมพื้นที่ปลูกได้มาก FUE จะเหมาะกว่า แต่หากต้องการแนวผมที่ดูเป็นธรรมชาติสูง ฟื้นตัวเร็ว และมีความละเอียดในทิศทางการปลูก DHI จะตอบโจทย์มากกว่า แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย ทั้งนี้ ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์เฉพาะทางปลูกผมก่อน เพื่อวิเคราะห์สภาพหนังศีรษะ ความหนาแน่นของเส้นผมบริเวณด้านหลัง และจำนวนกราฟต์ที่เหมาะสม เพื่อเลือกเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
Accordion Content
เป็นการฉายแสงไฟสีแดงที่มีความยาวคลื่นนาโนด้วยความเข้มข้นต่ำ เป็นการใช้แสงสีแดงที่ให้ความแรงต่ำจึงทำให้ Cell ผมมีการผลิต Growth Facter ที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นรากผม และฉายไปยังบนศีรษะที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วงหรือหลังจากทำการปลูกผมเสร็จแล้วก็สามารถฉายแสงได้ด้วย LED Hair Growth เสริมให้ผลลัพธ์หลังจากปลูกผมดีมากยิ่งขึ้น
LED Hair Growth ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรักษาปัญหาเส้นผม นอกจากตัวเครื่องจะสามารถฉายแสงสีแดง LED ได้แล้วตัวลำแสงยังสามารถกระจายแสงได้อย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยลดปัญหาของเส้นผม นอกจากนี้ตัวเครื่องยังออกแบบรูปร่างออกมา ให้มีความโค้งที่พอเหมาะกับศีรษะ ดังนั้นจึงทำให้สามารถมั่นใจได้ว่าการฉายแสงสีแดง ด้วย LED นี้จะกระจายได้ทั่วศีรษะ และช่วยลดปัญหาของเส้นตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะ ผมร่วงหรือผมบางนั้นเอง
ประโยชน์ของการฉายแสง LED Hair Growth
It red light irradiation with nano wavelengths at low concentration.It uses a low-intensity red light that causes hair cells to produce ‘Growth Factor’ help to stimulate the hair roots and projected on the head.That have problems hair loss ,thin hair or after hair transplant complete. We can be irradiated with ‘LED Hair Growth’ to enhance the results after the hair transplant.
LED Hair Growth is the newest technology designed to treat hair problems. In addition to the machine being able to emit red LED light, to beam the light evenly for reduce hair problems. The machine has a designed shape. and curve for the head to be assured that the red light irradiation with this LED is distributed throughout for the head and effectively reduces the problem of hair lines whether Hair loss or thin hair
Benefits of LED Hair Growth irradiation
บอกลาผมร่วง รากผมแข็งแรง กระตุ้นผมเกิดใหม่
แอปเปิ้ลสายพันธุ์ Annurca เป็นสายพันธุ์เก่าแก่ ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลีทางตอนใต้ อุดมไปด้วย Proanthocyanidin เป็นกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมีปริมาณของโพลีฟีนอลที่สูง โดยเฉพาะ Procyanidin C1 และ Procyanidin B2 ที่ช่วยต้านการอักเสบ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุผิวของเส้นผม ด้วยประโยชน์ที่มากกว่าแอปเปิ้ลสายพันธุ์อื่นๆ จึงถูกขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งแอปเปิ้ล
ซึ่งจากการศึกษาเมื่อใช้สารสกัดจาก Annurca Apple จะได้พบว่า
✅Anagen Extension- ยืดระยะเวลาเจริญเจิบโต Anagen phase ของวงจรเส้นผม ด้วยอาหารที่มี Annurca apple extract สกัดจากแอลเปิ้ลที่ปลูกในอิตาลี โดยจะถูกเก็บเกี่ยวเมื่อผลยังเป็นสีน้ำเงินและถูกตากแดดจนเป็นสีแดง ทำให้มีความเข้มข้นของสารโพลิฟีนอลกลุ่ม Oligomeric procyanidin(OPCs) สูง ที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมและเล็บ
✅การศึกษา Clinical study ทดลองในคน 250 คน ที่มีอาการผมร่วง พบว่า การได้รับ Annurca apple มีส่วนช่วยให้เส้นผมมีจำนวน(Hair number/cm2)เพิ่มขึ้น 54.3% ใน 30 วัน และ 118.3% ใน 60 วัน / น้ำหนักเส้นผม(Hair weight)เพิ่มขึ้น 20.1% ใน 30 วัน และ 37.3% ใน 60 วัน ปริมาณเคราติน(Keratin content)เพิ่มขึ้น 18.4% ใน 30 วัน และ เพิ่มขึ้น 35.7%ใน 60 วัน
ดังนั้นประโยชน์ที่เราจะได้รับจาก annurca apple ในอาหารเสริม CWL hair จะประกอบไปดัวย
Ingredients
medicine for hair loss and dietary supplements to lengthen the hair cycle
Say goodbye to hair loss, strengthen hair roots, stimulate new hair growth.
The Annurca apple variety is an ancient variety. Originating from southern Italy, it is rich in Proanthocyanidin. It is a group of flavonoids. which is a highly effective natural antioxidant It also has high levels of polyphenols, especially Procyanidin C1 and Procyanidin B2, which reduce inflammation. Stimulate the growth of hair epithelial cells With more benefits than other apple type Therefore it is called the queen of apples.
From a study using Annurca Apple extract, it was found that
✅Anagen Extension- prolongs the Anagen phase of the hair cycle. With foods that contain Annurca apple extract, extracted from apples grown in Italy. They are harvested when the fruit is still blue and has been sun-dried until it turns red. This causes a high concentration of polyphenols in the Oligomeric procyanidin group (OPCs) that help in the growth of hair and nails.
✅Clinical study in 250 people with hair loss found that exposure to Annurca apple helped increase the amount of hair. number/cm2) increased by 54.3% in 30 days and 118.3% in 60 days / Hair weight weight) increased by 20.1% in 30 days and 37.3% in 60 days. The amount of keratin (Keratin content) increased 18.4% in 30 days and increased 35.7% in 60 days
Therefore, the benefits that we will receive from annurca apple in CWL hair supplements will include:
Ingredients
การทำ PRP ผม หรือ PRP Hair Therapy คือ การปลูกผมในรูปแบบหนึ่ง โดยแพทย์จะฉีด PRP (Platelet Rich Plasma) ของคนไข้เอง เข้าไปที่หนังศีรษะบริเวณที่พบปัญหาผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้าน เพื่อไปให้สารใน PRP เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ทำให้ผมที่งอกออกมาใหม่ มีขนาดเส้นผมที่หนามากขึ้นและแข็งแรงมากขึ้น
นอกจากนี้การฉีด PRP ผม หรือที่หลายคนเรียกว่า เกล็ดเลือดเข้มข้น ยังสามารถช่วยกระตุ้นให้เซลล์รากผมที่หยุดทำงานไปแล้ว กลับมาทำงานและงอกผมขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งบำรุงเซลล์รากผมให้กลับมาแข็งแรง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผมร่วงผมบางได้ในระยะยาวทำให้ผมกลับมาดูหนามากขึ้น
การทำ PRP ผมเป็นเทคนิคการปลูกผมที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาอาการผมร่วงผมบาง โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้สารเคมี ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ซึ่งการทำ PRP ผมนับว่าเป็นวิธีรักษาอาการผมร่วงผมบางแบบธรรมชาติและปลอดภัยต่อร่างกาย
ทั้งนี้การทำ PRP ผม จำเป็นต้องตรวจสภาพเซลล์รากผมและหนังศีรษะก่อน ว่าเซลล์รากผมยังสามารถกลับมาทำงานได้ปกติ เพื่องอกเส้นผมใหม่ได้หรือไม่ หรือ เซลล์รากผมเสื่อมสภาพไปแล้ว
ในกรณีที่เซลล์รากผมยังสามารถงอกเส้นผมใหม่ได้ แพทย์มักจะแนะนำให้ทำ PRP ผมก่อน แต่ถ้าหากเซลล์รากผมเสื่อมสภาพหมดแล้ว ไม่สามารถงอกผมได้ใหม่ แพทย์อาจจะแนะนำการผ่าตัดปลูกผม FUE หรือ FUT แทน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากกว่า
การสักแบบฝังอณูสี (Scalp Micropigmentation) เป็นการสักบนหนังศีรษะเป็นจุดดำๆ สำหรับคนที่มีอาการผมล้านหรือผมบาง เพื่อลวงตาทำให้ดูเหมือนว่าเรามีตอผมอยู่ นี่เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่ต้องการให้ดูเหมือนมีผมแบบไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องทานยาแถมราคายังน่ารักกว่าการปลูกผมอีกด้วย การสักนี้จะเป็นหัตถการที่ดีมากสำหรับคนที่ไว้ผมแบบ skinhead เพราะการสักนี้จะจำลองตอผมเล็กๆ ของคุณได้ดีมาก
แต่ข้อเสียของมันก็มีอยู่ การสักคือการฝังสีลงบนผิวหนังอย่างถาวร ถ้าบังเอิญทำไปแล้วไม่ชอบ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการเลเซอร์ออก ถ้าโชคร้ายไปเจอพนักงานที่ไม่ดีหรือไม่เก่ง การสักนี้ก็จะกลายไปเป็นหายนะได้เพราะรอยสักจะมีลักษณะเป็นปื้น จุดใหญ่ หรือจุดใหญ่แล้วเม็ดสีกระจายเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ทำให้ดูไม่เหมือนตอผมแต่ดูเหมือนการสักทั่วไปมากกว่า ซึ่งจะดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ บางคนสักมาแล้วรู้สึกว่าไม่ชอบ อยากเปลี่ยนใจเป็นการปลูกผมแทน คุณว่าเปลี่ยนใจทันไหม?
ตอบสั้นๆ เลยว่าทันค่ะ คนไข้สามารถเลือกที่จะไปเลเซอร์ออกก่อนแล้วค่อยมาปลูกผมทีหลัง หรือปลูกทับไปเลยก็ได้ ถ้าปลูกทับไปเลยผลที่ออกมาก็คืออณูสีที่อยู่ใต้ผิวหนังจะช่วยหลอกตาทำให้ดูเหมือนว่าผมที่ปลูกมาดูหนา แต่มองใกล้ๆ ก็ยังคงเห็นว่าไปสักมาอยู่ดี แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ คนที่เป็นห่วงว่าปลูกผมอยู่ได้กี่ปีและผมจะร่วงอีกมั้ยก็หมดห่วงได้เลยเพราะการปลูกผมนี้เป็นการปลูกผมถาวร ผมก็จะปิดรอยสักถาวรเหมือนกันค่ะ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคลินิกที่สามารถปลูกผมทับรอยสักอย่างแนบเนียนได้ถ้าเกิดว่าปลูกผมแล้วผมไม่ค่อยขึ้นหรือขึ้นบาง รอยสักก็จะยังคงเห็นได้ชัดอยู่ ดังนั้นถ้าดูการปลูกผมแค่ราคาซื้อคอร์สปลูกผมราคาถูกอย่างเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์เพราะฝีมือแพทย์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องกลับมาปลูกใหม่
Hair transplant over tattoo
Scalp Micropigmentation is tattooing dark spots on the scalp. For people who have hairloss or bald head for camouflage and make it look like we have a lot of hair This is a great option for people who want to look like thick hair without surgery, without medication, and it’s cheaper than hair transplantation . This tattoo is a great procedure for people with skinhead hair because it simulates a small stubble on your head so It’s look like nature.
Disadvantages of Tattooing is the practice of permanently implanting color into the skin. If you don’t like it. The only thing that can be done is to laser it out. If you are unlucky enough to meet a bad or incompetent employee This tattoo can be disastrous because the tattoo will appear as a patch, a large spot, or a large spot and the pigment will spread over time. Makes it look less like a hair stump but more like a normal tattoo. Which will not look very natural. Some people get a tattoo and feel like they don’t like it and want to change your mind and get a hair transplant instead. Do you think you can change your mind in time?
The short answer is that it’s timely. Patients can choose to have the laser removed first and then have hair transplanted later. Or you can just implant it over. If you plant it over, the result will be colored particles under the skin that will trick the eye, making it look like the hair that was transplanted looks like thick hair. But if you look closely, you can still see that you got a tattoo.
People who are worried about how many years their hair transplant will last and whether their hair will fall out again . Don’t be worry because this hair is a permanent hair transplant. This real hair is permanently closed as well.
However, There is not every clinic can cover the tattoo with hair transplants if the hair doesn’t grow well or bald head. The tattoo will still be clearly visible. Therefore, if you look at hair transplantation, just the price of buying a cheap hair transplant course is not be the answer because the skill of the doctor is important. Otherwise, you may have to come back and plant agai
คุณผู้ชายหลายคนอาจจะอยากมีหนวดเครา และจอนที่ดกหนา เพื่อเพิ่มความเป็นชาย แต่ด้วยพันธุกรรมและฮอร์โมนที่น้อยกว่าปกติ ทำให้หนวดเคราไม่ขึ้น หรือคุณผู้ชายข้ามเพศที่เทคฮอร์โมนแล้วยังไม่มีหนวดเครา ทุกท่านสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการปลูกหนวด ปลูกจอน ปลูกเคราอย่างถาวร
วิธีการปลูกหนวดนั้นใช้ เทคนิคเดียวกับการปลูกผมถาวร เพื่อการแก้ปัญหาการไม่มีขนที่ใบหน้าด้วยเทคนิคเดียวกับการปลูกผมถาวร เป็นการนำรากผมถาวรจากบริเวณท้ายทอยของผู้ที่ต้องการปลูก ย้ายมาปลูกใหม่ในบริเวณใบหน้า ในส่วนที่ต้องการ
ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ขนขึ้นในจุดที่ปลูกใหม่อย่างถาวร สามารถตัดแต่งได้เหมือนขนปกติ แม้หลุดร่วง หรือถูกโกน ถูกตัดไป ขนในส่วนนั้นก็ยังสามารถขึ้นมาได้ตามปกติ เหมือนกับเป็นขนจริงๆ เส้นหนึ่งเลย
Beard Transplant
Many people want to have a beard and thick sideburns to increase masculinity,But with genetics and hormones that are less than normal. Makes the beard not grow or transgenders who took hormones and still doesn’t have a beard. Everyone can solve these problems by beard transplantation
How to beard transplant? We used the same technique as hair transplantation to solve the problem of having no beard. It taking permanent hair roots from the occipital area of the person wanting a transplant and plant another area on the facial like you want.
The result obtains be hair growth on the newly planted spot. Could be trim like normal hair. Even it falls out or is shaved or cut, the hair in that part can still grow back normally,like a real hair.
การปลูกคิ้วถาวร หรือ ปลูกคิ้วธรรมชาติ คือ การปลูกขนคิ้วลงไปที่คิ้วทีละเส้น เพื่อให้ทรงคิ้ว ตำแหน่ง และทิศทางของเส้นขนเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเส้นคิ้วใหม่ที่นำมาใช้ปลูกจะเป็นผมถาวรช่วงท้ายทอยของผู้ที่ต้องการปลูกคิ้วเอง
การปลูกคิ้วถาวรจะช่วยให้คุณมีคิ้วที่ถาวรตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ไม่หลุดร่วง ไม่ต้องเติม มีมิติ ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกับขนคิ้วจริงทุกประการ
ปลูกคิ้วถาวร แตกต่างกับการสักคิ้วอย่างไร
การปลูกคิ้วกับการสักคิ้ว มีข้อแตกต่างกันหลายประการ สามารถแยกเป็นหัวข้อได้ดังนี้
ลักษณะของคิ้วที่ได้หลังทำ
หากสักคิ้ว ผลที่ได้คือคิ้วจะไม่มีมิติ เมื่อถ่ายรูปหรือมองด้านหน้าอาจเห็นไม่ชัด แต่ถ้ามองด้านข้างจะเห็นว่าเส้นคิ้วที่สัก ราบไปกับผิวหนัง เพราะการสักเป็นเพียงการลงสีที่ผิวหนังเท่านั้น
ส่วนการปลูกคิ้วถาวร คิ้วที่ได้จะมีมิติ ยาวออกมาเหมือนกับคิ้วจริง เนื่องจากเป็นเส้นขนจริงที่ปลูกลงไป และเป็นผมที่มีสีเหมือนกับคิ้วดั้งเดิมของเรา ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
ลักษณะของคิ้วในระยะยาว
ในระยะยาวสีที่สักคิ้วไว้จะเริ่มจาง เส้นไม่ชัด เส้นกลายเป็นสีเขียว จนต้องสักแก้ ทำให้ต้องทำหลายครั้ง แต่ถ้าเป็นการปลูกขนคิ้วถาวร คิ้วที่ปลูกไปจะไม่หลุดร่วง หรือหายไป เนื่องจากเป็นการย้ายเซลล์รากผมมาปลูกที่คิ้ว ทำให้แม้จะถอน หรือกันไป ขนก็สามารถขึ้นใหม่ได้เหมือนกับคิ้วจริง
Eyebrow transplant
Permanent eyebrow transplantation or natural eyebrow transplantation is a process of growing one eyebrow at a time. To make the eyebrow shape, position, and direction of the eyebrows become natural as possible. New eyebrow lines used for transplantation. It will be permanent hair on the nape of the neck. For those who want to grow their own eyebrows.
Eyebrow transplants will give you permanent eyebrows from the first time you have done. They don’t fall out, no need to be fill in, have dimension, look beautiful and natural like real eyebrows.
How is permanent eyebrow transplant different from eyebrow tattoo?
Eyebrow transplant and tattooing There are several differences. Can be separate into topics as follows:
Eyebrow appearance after surgery
If you tattoo your eyebrows, The results are your eyebrows have no dimension. When you taking pictures or looking at the front, It not unclearly visible, But if you look from the side. You will see that the tattooed eyebrow line is flat against the skin. Because tattooing is just add the color on the skin.
Permanent eyebrow transplant. The resulting eyebrows will have dimension. Long like real eyebrows Because it’s real hair that was planted and the hair is the same color as our original eyebrows. Makes the results look more natural.
Long-lasting eyebrow shape
In the long term, the color of eyebrows tattoo will be fade, the lines will become blurred, and the lines will become green that you will need to tattoo your eyebrows several times. But if it is a permanent eyebrow transplant The implanted eyebrows will not fall out or disappear because the hair roots are transferred to the eyebrows. This allows the hair to grow back even if it is plucked, Like real Eyebrow.
วิธีการปลูกผมของ Cottonwool
ปัจจุบันนี้เทคนิคการปลูกผมมีหลากหลายที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยผมร่วง ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการปลูกผมอยู่ 3 แบบ คือ
ทาง cottonwool clinic ได้ใช้เทคนิคล่าสุดของการปลูกผม คือ DHI เปนการใช้ Implanter Pen ในการใส่กราฟท์ผมกลับเข้าไปในร่างกาย (graft placement) แทนการใช้ Forceps หรือคีมเล็กๆ ที่เราเคยเห็นกันโดยทั่วไป
Implanter pen คือเครื่องมือทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่ช่วยปกป้องรากผมไม่ให้ถูกทำลายหรือเสียหายเวลานำกราฟท์ปลูกกลับเข้าไปใน เพราะวิธีนี้จะไม่ต้องใช้เครื่องมือมาบีบรากผมตอนปลูกโอกาสการขึ้นของผมจึงมีสูงกว่าการใช้คีม (Forceps) เพราะรากผมที่ถูกคัดแยกออกมาจะอยู่ในสภาพที่ไม่โดนทำร้าย ยิ่งไปกว่านั้น เส้นผมก็จะมีโอกาสรอดสูงอีกด้วย
Process of hair transplant by Cottonwool Clinic
Nowadays, There are many hair transplant techniques. Used to treat hair loss patients. Currently, there are 3 types of hair transplant methods:
Cottonwool clinic ,We used the latest technique . DHI Hair transplantation, That used ‘Implanter Pen’ to put the hair graft back on the body (graft placement) instead of using forceps or small forceps that we commonly see.
Implanter pen is a medical device that protects the hair roots from being destroy or damage when the graft is placed back. Because this method does not use the tools to squeeze the hair roots while planting, the chance of hair growth is higher than using forceps because the separated hair roots will be in a condition that has not been harmed. Moreover, The hair will also have a higher chance to survive.